April 24, 2013

มติ ครม.แก้ ก.ม.กบข.ให้ ขรก.เลือกวิธีรับบำนาญ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขกฎหมายกองทุน กบข. เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ และข้าราชการบำนาญก่อนปี 2540 ตัดสินใจเลือกว่า จะกลับไปใช้รับเงินบำนาญตามกฎหมายเดิม หรือว่าจะเลือกเป็นสมาชิก กบข.ต่อไป โดยมีข้าราชการสามารถใช้สิทธิดังกล่าวประมาณ 9.7 ล้านคน แยกเป็นข้าราชการปัจจุบันกว่า 700,000 คน และข้าราชการบำนาญ 2.5 แสนคน คาดว่าจะมีข้าราชการใช้สิทธิ เพื่อกลับไปรับบำนาญแบบเดิมประมาณ 700,000 คน รัฐบาลตั้งงบประมาณรองรับการเลือกกลับไปใช้บำนาญของข้าราชการปีแรกประมาณ 1,014 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่จะรับประโยชน์มากกว่าการเป็นสมาชิกของ กบข.ควรมีอายุราชการ 40 ปีขึ้นไป การมีอายุราชการทวีคูณ จำนวนมาก เนื่องจากไปปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดาร เช่น ทหาร ตำรวจ ครู สาธารณสุข โดยจะเริ่มให้ตัดสินใจเลือกในช่วงกลางปีหน้า เพื่อเริ่มใช้สิทธิในปีงบประมาณ 2558 หากใครเลือกแนวทางกลับไปใช้บำนาญเดิมจะต้องคืนเงินสมทบจากรัฐบาล และเงินทุนประเดิม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังเดินหน้าสมทบเงินเข้ากองทุน กบข.เพิ่มเติมทุกปี รองรับข้าราชการเกษียญอายุมากขึ้นในปีต่อไปในอนาคตหลายแสนล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนปัจจบันมีอยู่ 1.5 แสนล้านบาท สำหรับสูตรการคำนวณผลตอบแทนหลังเกษียณอายุจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบงบประมาณปี 2557 โดยประมาณการรายรับ 2.275 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณขาดดุล 2.525 ล้านล้านบาท โดยจัดสรรสำหรับคืนเงินรถยนต์คันแรก 30,000 ล้านบาท ยืนยันยังมีเงินเพียงพอรองรับดูแลสังคม ทั้งสาธารณสุข และด้านการศึกษา และยังจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6.2 แสนล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 27.28 ของรายได้รัฐ

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

February 17, 2013

นโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาแบบมุ่งอนาคต


อย่ากังวลไปเลยสำหรับการศึกษาไทยครับ  เราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ   อยากให้ทุกฝ่ายคิดบวก คิดสร้างสรรค์กันครับ  ตามบริบท  วัฒนธรรม ประเพณีไทยๆกันดีกว่าครับ  เราพัฒนาอะไรก็ตามบนข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ  บุคลากร  ที่สำคัญนโยบายการศึกษาถ้าเรายังขาดทิศทางที่ชัดเจน  คงยากครับ  ผมอ่านหนังสือสยามธุรกิจ เห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาฝากครับ  ท่ามกลางพลวัตรของสังคมในปัจจุบันบวกกับกระแสแนวโน้มที่จะมาถึงนี้ การศึกษาไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์เดิมๆ อีกไม่ได้ นั่นหมายความว่า สังคมไทยกำลังต้องการนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาแบบมุ่งอนาคต แนวโน้มการจัดการศึกษาในอนาคตที่หลายประเทศให้ความสำคัญ มักจะเน้นไปที่รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองต่อกระแสโลกาภิวัตน์ และเศรษฐกิจการแข่ง ขัน รวมไปถึงแนวโน้มการเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge-based economy) แต่สำหรับประเทศไทยยัง คลุมเครือเพราะอยู่ระหว่างเลือกว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง!!

เริ่มจากปัญหาการสอนที่มีช่องว่างระหว่างทักษะกระบวนการคิด และทักษะวุฒิทางอารมณ์ยังไม่มีคุณภาพ ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่มุ่งแข่งขันทำให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาทางวิชาการเป็นสำคัญ ในขณะที่ระบบการศึกษาไทยยังไม่สามารถพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของผู้เรียน

รวมไปถึง การใช้เทคโนโลยีในกิจวัตรประจำวันหรือใช้ในการเรียนการสอนทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ลดลง ส่งผลให้ช่องว่างทางอารมณ์ จึงก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวที่นับวันจะรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้การพัฒนาเชิงสังคมของเด็กไทยดิ่งลงเหว

การสอนด้านคุณธรรม จริยธรรมยังไม่มีคุณภาพ แนวคิดของทุนนิยมที่มุ่งแข่งขันได้แพร่ กระจายไปทั่วโลก ส่งผลผู้ประกอบกับสถาบันการศึกษาจำนวนมากมุ่งพัฒนาความรู้ทางวิชาการ และประเมินผลการเรียนที่ความสามารถทางวิชาการจนอาจละเลยการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ส่งผลต่อคุณภาพ นักศึกษาจำนวนมากที่ใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยาในสถาบันการศึกษา มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน สู้รบฆ่าฟันต่างสถาบัน เป็นต้น

แนวโน้มเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ในภาพรวมของประเทศไทยยังต้องการนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาแบบมุ่งอนาคต ที่จะเท่าทันต่อแนวโน้มต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่แนวโน้มวิกฤตการณ์ด้านเด็กและเยาวชนที่นับวันดูจะรุนแรงมากขึ้นๆ จนกลายเป็นกระแสเรียกร้องนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาที่จะไล่ทันต่อแนวโน้มที่ว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาแบบมุ่งอนาคต

นโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษาแบบมุ่งอนาคตที่ว่านี้ ควรมีการ รวมพลังมีการออกแบบร่วมกันและจัดการร่วมกันที่ดี มิใช่เพียงมุ่งเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและพลเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการมุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นคน อุดมความรู้ คู่ความดีงามและมีทักษะที่หลาก หลายมีความสามารถในการจัดการที่ดี เพื่อเป็นเงื่อนไข สำคัญของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ในอนาคตข้างหน้า

เพื่อพัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบ ครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา และสถาบันการศึกษา ตลอดจนเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความ รู้สร้างความตระหนัก สำนึกในคุณค่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความสมาน ฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย

พัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข กลุ่มเป้าหมายแรก ได้แก่ นักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาน ศึกษา 15 ล้านคน เพื่อขยายผลสู่สังคม วงกว้าง โดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของ กระบวนการเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางการศาสนา และสถาบันการศึกษา ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจเป็นการ แก้ปัญหาการศึกษาและสังคมในระยะยาวและยั่งยืน 

ที่มา :
 สยามธุรกิจ
เมื่อวันที่ มกราคม 2553 

February 04, 2013

สพฐ เตรียมประเมินโรงเรียนดีศรีตำบล รุ่น 1 – 3


ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ  ประชุมคณะกรรมการเตรียมประเมินโรงเรียนดีศรีตำบล  รุ่น  1 –  3  เมื่อวันที่  25 – 27  มกราคม  2556  ณ ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ  อำเภอกบินทร์บุรี  จังหวัดปราจีนบุรี   เพื่อเตรียมประเมินโรงเรียนดีศรีตำบล  สำหรับโรงเรียนที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์จะมีมอบโล่ให้แก่โรงเรียนและผู้บริหารโรงเรียนดีศรีตำบลหลังประเมิน สำหรับโรงเรียนใน สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1  มีโรงเรียนที่ต้องรับการประเมิน  จำนวน  19  โรงเรียน  ประเมินตามนโยบาย 7 – 7 – 7 - 7  โดยประเมินโรงเรียนละครึ่งวัน  เน้นการประเมินตามสภาพจริง  ขอให้ท่านรวบรวมเอกสาร / กิจกรรม  รองรับการประเมิน  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดการประเมินระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 – 8 มีนาคม  2556 รายละเอียดที่ชัดเจน สพฐ.และ สพป.ต่างๆจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง  จึงแจ้งท่านทราบก่อนเพื่อเตรียมรวมรวมงานรับประเมินต่อไป  รายละเอียดที่ เว็บไซต์โรงเรียนดี ศรีตำบล 
รายชื่อโรงเรียนรับประเมิน1_(เว้นนราธิวาส ปัตตานี ยะลา)

ข่าวการศึกษา อ่านข่าวทั้งหมด
ข่าวการศึกษา